Nokia N93i
ด้านหน้าฝาพับเป็นกระจกเงาทั้งหมด แต่ก็ซ่อนจอแสดงผลแบบ OLED เอาไว้
และยังมีไฟกระพริบบอกสถานะต่างๆ อยู่ตรงกลางด้วย
Physical Overview
จอแสดงผลหลักแบบ TFT ความละเอียด 240 x 320 พิกเซล
สามารถใช้ได้ทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน และยังบิดได้อีกประมาณ 320
องศาเพื่อใช้งานในโหมดต่างๆ
เหนือจอแสดงผลมีปุ่ม
ซอฟท์คีย์สองปุ่ม จะใช้ได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในโหมดถ่ายภาพ
และยังมีเลนส์กล้องตัวที่สอง
เซ็นเซอร์ตรวจวัดแสงสำหรับตัดไฟบนแผงปุ่มกดด้วย
แผงปุ่มกดถูกเปลี่ยนใหม่หมด
เป็นแผ่นโลหะ ดูเงางาม มีไฟส่องสว่างเป็นสีขาวนวล กดได้สะดวก
เพราะมีขนาดค่อนข้างใหญ่
เลนส์รับภาพกล้องดิจิตอลหลัก
อยู่ที่ด้านข้างซาย ถัดลงมามีหลอดไฟ LED สีขาว ช่วยส่องสว่างขณะถ่ายภาพ
ติดกันมีไฟสีแดงจะทำงานขณะที่ถ่ายวิดีโอ ถัดลงมาเป็นพอร์ตอินฟราเรด
ถัดลงมาด้านล่างเป็นช่อง
เสียบสายดาต้าลิงค์แบบ Pop Port มีฝาปิดเรียบร้อย
ไล่ลงมาอีกก็มีช่องเสียบสายชาร์จ และลำโพงเสียงเรียกเข้า
ให้เสียงดังมากทีเดียว
ด้านข้างขวามีปุ่มชัตเตอร์
แบบสองจังหวะขนาดใหญ่ พร้อมทั้งวงเลื่อนสำหรับซูมภาพ
จอยสติ๊กควบคุมการใช้
งานกล้องดิจิตอลอยู่ถัดลงมา
และยังมีปุ่มเปลี่ยนโหมดถ่ายภาพนิ่งเป็นโหมดกล้องวิดีโอ
และปุ่มเปิด/ปิดไฟแฟลชอยู่ติดกัน
ช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำ
แบบ miniSD อยู่ถัดลงมา มีฝาปิดอย่างดีเช่นกัน
ด้านบนมีปุ่มสำหรับเปิด/ปิด
เครื่อง พร้อมทั้งปรับเปลี่ยน Profiles อย่างรวดเร็ว
ด้านข้างปุ่มนี้ทั้งสองด้านเป็นไมโครโฟนรับเสียงขณะถ่ายวิดีโอ
แยกเสียงซ้ายขวา
การใช้งานในโหมดกล้องถ่ายภาพ
หรือกล้องถ่ายวิดีโอ
การใช้งานในโหมดใช้งาน
อินเตอร์เน็ต หรือเปิดอ่านไฟล์เอกสาร
Main Feature
The Professional Digital Camera
เรียกได้ว่าระบบกล้องดิจิตอลของ Nokia N93i ถูกถอดแบบมาจากรุ่นพี่ N93
มาทุกกระเบียดนิ้ว ยังคงความละเอียดอยู่ที่
3.2 ล้านพิกเซล ใช้เลนส์รับภาพ Carl Zeiss ระดับมืออาชีพ
เพียงแต่รูปร่างหน้าตาของโทรศัพท์ถูกเปลี่ยนไป
แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ในการถ่ายภาพไว้เช่นเดิม ด้วยการเปิดฝาพับออกมา 90 องศา
แล้วบิดหน้าจอไปทางขวาอีก 90 องศา ก็พร้อมที่จะถ่ายภาพ
โดยจะปรากฎภาพให้บนหน้าจอโดยอัตโนมัติ
เมื่อเล็งภาพเรียบร้อยแล้วก็กดปุ่มชัตเตอร์ ที่มีขนาดใหญ่ลงไปครึ่งหนึ่ง
เพื่อให้กล้องได้หาโฟกัสภาพได้แล้วก็จะเป็นกรอบสีเขียว แต่หากใกล้เกินไป
หรือมืดเกินไป กล้องหาจุดโฟกัสไม่ได้ก็จะเป็นกรอบสีแดง
ส่วนการซูมภาพก็ใช้วงเลื่อนที่อยู่รอบปุ่มชัตเตอร์ ซูมภาพแบบ Optical ได้ 3
เท่า และซูมภาพด้วยระบบดิจิตอลได้อีก 8 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นที่ 2
ที่มีการซูมภาพแบบดิจิตอล ต่อจาก Nokia N93
 |
 |
ภาพตัวอย่างจากกล้อง |
การ
ตั้งค่าถ่ายภาพจะต้องใช้จอยสติ๊กที่อยู่ด้านข้างควบคุมการทิศทาง
และใช้ปุ่มซอฟท์คีย์ที่อยู่เหนือจอแสดงผล โหมดการถ่ายภาพของ Nokia N93i
มีให้เลือกแบบ Automatic, Close-up mode, Landscape, Night และ Night
Portrait ในโหมด Close-up Mode หรือโหมดมาโคร
ระบบออโต้โฟกัสของกล้องจะไม่ทำงาน
เพราะจะถูกจำกัดระยะโฟกัสในการถ่ายภาพไว้ที่ 10-60 ซม.
เลือกเปิดไฟแฟลชทุกครั้งที่ถ่ายภาพ
หรือเลือกเปิดอัตโนมัติเมื่อแสงสว่างไม่เพียงพอ มีระบบปรับ White Balance
อัตโนมัติ หรือเลือกตามสภาพแสงแบบแดดจ้า, ฟ้าหลัว, สภาพแสงจากหลอดไส้
หรือจากแสงฟลูออเรสเซนต์ ปรับค่า Exposure
หรือเพิ่มความสว่างให้กับภาพได้ตั้งแต่ +2 ไปจนถึง -2 ปรับเอฟเฟ็คท์สีแบบ
Sepia, Black & white และ Negative มีระบบตั้งเวลาถ่ายภาพ 2, 10 หรือ
20 วินาที
ขนาดของภาพถ่ายก็มีราย
ละเอียด และคำแนะนำมาให้ด้วย โดยเลือกที่ 3 ล้านพิกเซล
เหมาะสำหรับการนำภาพไปอัด
ได้ขนาดใหญ่สุดถึง 10 x 8 นิ้ว , ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
อัดภาพได้ขนาดสูงสุด 7 x 5 นิ้ว , ที่ความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล
นำไปอัดภาพได้ 6 x 4 นิ้ว และที่ความละเอียด 3 แสนพิกเซล
เหมาะสำหรับนำไปใช้ส่งเป็นข้อความ MMS
ในขณะที่เลือกความละเอียดในระดับต่างๆ
ตัวเครื่องก็จะคำนวณให้ว่าจะถ่ายได้กี่ภาพตามหน่วยความจำที่เหลือ
มีเสียงชัตเตอร์ให้เลือก 4 แบบ เลือกบันทึกลงในหน่วยความจำแบบภายนอก miniSD
ได้ ส่วนการถ่ายภาพตัวเองก็สามารถ ใช้กระจกเงาขนาดใหญ่ช่วยกะระยะในการถ่าย
หรืออาจจะใช้กล้องติจิตอลตัวที่สองที่อยู่เหนือจอแสดงผลก็ได้เช่นกัน
แต่ความละเอียด และความชัดเจนจะค่อนข้างต่ำ
เพราะกล้องตัวนี้มีหน้าที่หลักไว้ใช้สนทนาแบบ Video call
ซึ่งในบ้านเรายังไม่สามารถใช้ฟังก์ชั่นนี้ได้
DVD-like
Quality Video Recording
ความโดดเด่นใน
เรื่องการถ่ายวิดีโอในโทรศัพท์มือถือ ต้องยกให้ทั้ง Nokia N93 และรุ่นใหม่
N93i ฟังก์ชั่นการถ่ายวิดีโอ ก็ยังคงเหมือนกับรุ่นก่อน
คุณภาพของภาพวิดีโอนั้นถือว่าทำได้ใกล้เคียงกับกล้องถ่ายวิดีโอระบบดิจิตอล
เลยทีเดียว ความละเอียดสูงสุดที่สามารถบันทึกได้คือ 640 x 480 พิกเซล 30
เฟรมต่อวินาที ในขณะที่กล้องมือถือทั่วไปถ่ายได้สูงสุดเพียง 352 x 288
พิกเซล 15 เฟรมต่อวินาที ซึ่งจะให้ภาพวิดีโอที่กระตุก ดูไม่เป็นธรรมชาติ
ในขณะที่รายการทีวี หรือในโรงภาพยนต์จะฉายที่ 24 เฟรมต่อวินาทีขึ้นไป
 |
คุณภาพสูงสุดที่สามารถบันทึก
ได้อยู่ที่ TV (High) 30 เฟรมต่อวินาที เหมาะสำหรับนำไปเปิดดูบนจอทีวี หรือ
ในเครื่องคอมพิวเตอร์ มีความละเอียด 640 x 480 พิกเซล เป็นไฟล์แบบ MPEG4
หากเลือกที่ความละเอียดสูงสุดนี้จะกินพื้นที่หน่วยความจำมากเลยทีเดียว
โดยพื้นที่หน่วยความจำขนาด 1 GB จะสามารถบันทึกได้ประมาณ 45 นาที
ดังนั้นควรจะเลือกบันทึกลงในหน่วยความจำ miniSD ที่มีความจุสูงๆ
แต่หากเลือกความละเอียดที่ TV (Normal) 15 เฟรมต่อวินาที
เหมาะสำหรับนำไปเปิดดูบนหน้าจอทีวี หรือจอคอมพิวเตอร์เช่นกัน
แต่ภาพวิดีโอจะกระตุกเล็กน้อย ไฟล์ที่ได้เป็นแบบ MPEG4
ซึ่งจะกินพื้นที่หน่วยความจำน้อยกว่า
คุณภาพที่ Handset (High)
จะมีความละเอียดอยู่ที่ 320 x 240 พิกเซล 30 เฟรมต่อวินาที
ได้รูปแบบไฟล์เป็นแบบ MPEG4 จะให้ภาพที่ไม่กระตุกเหมือนกับ TV (High)
แต่ขนาดจะเล็กลง ใช้พื้นที่หน่วยความจำน้อยลงเช่นกัน หากเลือกเป็น Handset
(Normal) ก็จะถ่ายภาพวิดีโอได้ที่ 15 เฟรมต่อวินาที เป็นไฟล์แบบ MPEG4
ความละเอียดต่ำสุดที่เลือกได้คือ Sharing จมีความละเอียดอยู่ที่ 176 x 144
พิกเซล 15 เฟรมต่อวินาที เหมาะสำหรับใช้ส่งเป็นข้อความ MMS
หรือเปิดดูบนมือถือ ใช้พื้นที่หน่วยความจำน้อยที่สุด
โดยจะมีรูปแบบไฟล์เป็นแบบ H.263 หรือ .3GP
ในขณะที่ถ่ายวิดีโอจะมีไฟสี
แดงติดกับไฟแฟลชที่ใต้เลนส์รับภาพ เป็นตัวบ่งบอกว่ากำลังบันทึกวิดีโออยู่
โหมดการถ่ายภาพวิดีโอนี้ก็มีให้เลือกแบบ Automatic และ Night
ช่วยเพิ่มแสงสว่างขณะถ่ายวิดีโอ สามารถซูมภาพแบบ Optical ขณะถ่ายได้ มีระบบ
Video Stabilisation เพื่อป้องกันภาพสั่นไหวจากการถือที่ไม่นิ่ง
เปิดไฟแฟลชให้ติดค้างขณะถ่ายวิดีโอได้
ระบบบันทึกเสียงก็ยังคงเป็นแบบสเตอริโอแยกซ้ายขวา
โดยที่ไมโครโฟนจะอยู่บริเวณปุ่มเปิดปิด ต่างจาก Nokia N93
รุ่นก่อนที่จะอยู่ใต้เลนส์รับภาพ
Movie
Director
วิดีโอที่ถ่ายเก็บไว้ในหน่วยความจำเรียบร้อยแล้ว สามารถตัดต่อได้จากโปรแกรม
Movie ที่มีมาให้ในเครื่อง การใช้งานถือ ว่าไม่ยากจนเกินไปนัก
เพียงแค่เลือกไฟล์วิดีโอ หรือภาพนิ่ง จากนั้นก็กด Create Movee
ก็จะมีรูปแบบ หรือ Style ให้เลือกอีก 10 แบบ จากนั้นโปรแกรมก็จะทำการตัดต่อ
ให้โดยอัตโนมัติ หรือจะเลือกเพลง ใส่ตัวอักษร กำหนดระยะเวลาของคลิปวิดีโอ
เมื่อกำหนดเสร็จแล้วโปรแกรมก็จะทำการตัดต่อให้โดยอัตโนมัติ
ซึ่งจะใช้เวลาพอสมควร ขึ้นอยู่กับจำนวนคลิปวิดีโอ
และภาพนิ่งที่ได้เลือกเข้าไป
สำหรับการตัดต่อวิดีโอบนคอมพิวเตอร์ก็จะต้องอาศัยโปรแกรม Adobe Premier
Element 3.0 โดยจะมีแถมมาให้ในแพ็คเก็จ ไม่จำเป็นต้องหาซื้อเพิ่ม
Music Player & Visual Radio
บนปุ่ม Multimedia Key
ก็ยังคงนำคุณเข้าสู่เครื่องเล่นเพลง และรับฟังวิทยุ FM ได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับเครื่องเล่นเพลง ยังคงมีหน้าตาที่เหมือนเดิม มี Music Library
ช่วยแบ่งหมวดหมู่ของเพลงให้อย่างเป็นระเบียบตามรายชื่อศิลปิน, อัลบั้ม,
ประเภท, ชื่อผู้แต่ง หรือจะเลือกให้แสดงรวมกันทั้งหมดก็ได้ มีระบบ Random
สุ่มลำดับการเล่นเพลง ปรับแต่งโทนเสียงได้ ด้วยการเลือกแบบ Bass booster,
Classical, Jazz, Pop, Rock หรือจะเลือกปรับแต่งเองได้จากอีควอไลเซอร์ 5
แบนด์ ส่วนการรับฟังวิทยุ FM
แบบสเตอริโอก็จำเป็นต้องใช้ชุดหูฟังเสียบเข้ากับ Pop Port
เพื่อเป็นเสาอากาศ ปรับหาคลื่นได้ โดยอัตโนมัติ หรือใส่ตัวเลขคลื่นลงไป
บันทึกชื่อสถานีได้ 20 สถานี รองรับเทคโนโลยี Visual Radio
แต่ในบ้านเรายังคงใช้ไม่ได้
Barcode
Reader
ประโยชน์อีกอย่างของระบบกล้องออโต้โฟกัส ที่สามารถถ่ายในระยะใกล้ๆ ได้
จึงสามารถนำมาช่วยจับภาพ
โดยทำงานร่วมกับซอฟท์แวร์ในการถอดรหัสบาร์โค้ดที่จะช่วยวิเคราะห์รหัสต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นตัวเลข ตัวอักษร หรือแม้กระทั่งถอดรหัส URL Link, e-mail
address, หมายเลขโทรศัพท์ การใช้งานเพียงแค่เปิดโปรแกรม
แล้วหมุนหน้าจอไปในโหมดถ่ายภาพ กดเข้าสู่เมนู Scan code
กล้องก็จะเข้าสู่โหมดมาโครอัตโนมัติ
เมื่ออ่านค่าได้แล้วก็จะนำค่าเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ต่อไปเช่นโทรออก
ส่งอีเมล์ หรือเข้าสู่เวบไซต์ตามที่ถอดรหัสมาได้
Office Document Viewer & TV-Out
ในเมนู Office
จะมีโปรแกรม Quick Office มาให้ ซึ่งสามารถใช้เปิดอ่านไฟล์เอกสารต่างๆ ได้
ไม่ว่าจะเป็น Word, Excel, Power Point แต่ไม่สามารถสร้าง
หรือแก้ไขไฟล์เอกสารได้ เมื่อใช้ร่วมกับฟังก์ชั่น TV-Out ก็จะสามารถนำเสนอ
ไฟล์งานเอกสารต่างๆ ผ่านหน้าจอทีวี หรือโปรเจ็คเตอร์
รวมไปถึงการเปิดดูภาพถ่าย หรือวิดีโอที่ถ่ายเอาไว้ได้อีกด้วย
จึงไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดเพื่อดูที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ รองรับทีวีทั้งระบบ
NTSC และระบบ PAL
Connectivity
Nokia N93i
ยังรองรับเครือข่ายระบบ WCDMA หรือในระบบ 3G
ซึ่งให้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลค่อนข้างสูง จนสามารถส่งผ่านภาพวิดีโอได้
จึงทำให้การสนทนาได้พร้อมๆ กันทั้งภาพ และเสียง หรือ Video Call
แต่เครือข่ายในบ้านเรายังไม่รองรับ
สามารถใช้ได้เฉพาะการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านเครือข่าย GPRS หรือ EDGE
ความเร็วสูงในพื้นที่ให้บริการ โดยใช้ xHTML Brower เป็นตัวแสดงผล
แต่หากอยู่ในพื้นที่ให้บริการ Wi-Fi ก็สามารถเปิดใช้ได้ทันที
ซึ่งจะมีความเร็วสูงกว่า นอกจากนี้ยังใช้ระบบ Wi-Fi
แชร์ข้อมูลในโทรศัพท์ไปยังคอมพิวเตอร์ เครื่องอื่นๆ ที่อยู่ในระบบ LAN
ด้วยกัน มีระบบช่วยในการตั้งค่าการแชร์ข้อมูล ซึ่งจะทำให้ง่ายขึ้น
 |
 |
ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายก็มีมาให้ครบครัน ทั้งอินฟราเรดที่อยู่ด้านข้างซ้าย
และบลทูธ การเชื่อมต่อทั้งสองแบบนั้น
สามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างอิสระจากเครื่องอื่นๆ และใช้ร่วมกับโปรแกรม PC
Suite หรือเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สายโดยใช้ Nokia N93i
เป็นโมเด็มก็ได้เช่นกัน สำหรับ Pop Port เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ต
USB จะมีความเร็ว ในการรับส่งข้อมูลที่สูงกว่า
ดังนั้นไฟล์วิดีโอที่มีขนาดใหญ่ หรือไฟล์เพลงต่างๆ
ควรจะเชื่อมต่อผ่านทางนี้จะดีกว่า
เพราะจะประหยัดเวลาในการดาวน์โหลดได้มากพอสมควร
หรือจะเชื่อมต่อกับปริ้นเตอร์ที่รองรับเทคโนโลยี Pictbridge
เพื่อสั่งพิมพ์ภาพได้โดยตรงจากหน้าจอมือถือ
Organizer
ระบบการจัดการ
ข้อมูลส่วนตัวก็ยังคงมีปฏิทินแบบรายเดือน
รายสัปดาห์มาช่วยให้คุณบันทึกนัดหมายต่างๆ ซึ่งจะไปปรากฎบนหน้าจอ Active
Standby และเตือนเมื่อถึงกำหนดเวลา ในเมนู Clock ก็จะมีนาฬิกาปลุก,
นาฬิกาบอกเวลาต่างประเทศ, บันทึกเสียงเตือนความจำได้นาน 1 ชั่วโมง
เพิ่มจากรุ่นก่อนที่บันทึกได้เพียง 1 นาที, โปรแกรมแปลงหน่วย,
เครื่องคิดเลขพื้นฐาน, บันทึกโน้ตย่อ, การใช้งานคำสั่งเสียง,
โปรแกรมจัดการไฟล์ข้อมูล และโปรแกรม Zip สำหรับบีบอัดข้อมูลให้เล็กลง
 |
 |
Final Opinion & Conclusion
จะว่า Nokia
N93i เป็นไมเนอร์เชนจ์ของ Nokia N93 ก็ว่าได้
เพราะโดยรวมแล้วแทบจะไม่แตกต่างไปจากเท่าใดนัก
จะต่างกันก็เพียงรูปทรงภายนอกเท่านั้น ฝาพับด้านหน้าที่เป็นกระจกเงา
จึงออกจะหรูหรา ไฮโซกว่า แถมยังบางลงอีกเล็กน้อย คุณภาพของกล้องดิจิตอล
และกล้องบันทึกวิดีโอก็ยังทำได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดิม
การบันทึกเสียงถูกพัฒนาให้บันทึกได้นานขึ้น กว่าเดิมเป็น 1 ชั่วโมง
จากที่เคยทำได้เพียงครั้งละ 1 นาที มีระบบการแชร์ข้อมูลเข้าไปยังเครือข่าย
LAN ที่บ้านด้วยระบบ Wireless LAN ที่ตั้งค่าง่ายกว่าเดิม
ใช้งานอินเตอร์เน็ต หรือดูไฟล์เอกสารต่างๆ ได้ใกล้เคียงกับคอมพิวเตอร์
ทำได้ถึงขนาดนี้แล้วจะต้องซื้อกล้องดิจิตอล กล้องถ่ายวิดีโอ
คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค เครื่องเล่นเพลงแยกกันอีกทำไมล่ะครับ
|
|
|
หน้าจอรอรับสายมี
Active Standby |
เมนู
หลักปรับเปลี่ยนเองได้
|
เลือกแบบ
สำหรับการตัดต่อวิดีโอ
|
|
|
|
เลือกชมภาพใน Gallery |
เครื่องเล่นเพลง
MP3
แบบเดิม |
ปรับอีควอไลเซอร์
ได้ 5 แบนด์ |
 |
 |
 |
แชร์
ช้อมูลในเครือข่าย
LAN ที่บ้าน |
บันทึกเสียงได้ 1 ชั่วโมงแล้ว |
เกมส์ SRE
แสดงถึงประสิทธิภาพ
ในการประมวลผล 3D |
On Focus
กล้องถ่ายวิดีโอคุณภาพสูง สามารถบันทึกเสียงแยกซ้ายขวา ด้วยไมโครโฟน 2
ตัวใกล้กับปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง
หากต้องการใช้ไฟแฟลชเป็นไฟฉายก็เพียงแค่กดปุ่มเปิด/ปิดไฟแฟลชที่อยู่ด้าน
ข้างขวาค้างเอาไว้ เมื่อเลิกใช้งานก็ปล่อยมือ ไฟก็จะดับลงทันที
Strength
- กล้อง 3.2
ล้านพิกเซล ซูมแบบ Optical ได้ 3 เท่า พร้อมเลนส์ Carl Zeiss
-
กล้องถ่ายวิดีโอคุณภาพใกล้เคียงระดับ DVD
-
ทำงานได้หลายโหมดด้วยหน้าจอที่หมุนได้ 320 องศา
- เครื่องเล่นเพลง
MP3 และวิทยุ FM สเตอริโอ
-
เชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธ อินฟราเรด และ Wi-Fi
-
นำภาพต่อออกหน้าจอทีวีได้
-
มีโปรแกรมอ่านบาร์โค้ด
|
Weakness
-
ตัวเครื่องมีขนาดค่อนข้างใหญ่
- แบตเตอรี่หมดเร็ว
-
ฝาพับด้านหน้าเป็นรอยนิ้วมือได้ง่าย
|
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพ http://www.whatphone.net |