หน้าแรก
เกมส์
ห้องแชท
เว็บบอร์ด
หนังออนไลท์
วิทยุออนไลน์
ทีวีออนไลน์
ตลาดออนไลน์
 
 
 

ประกาศจากทางเว็บ JooJung ตอนนี้มีคนเข้าเว็บจำนวนมาก ถึง 5000+ ต่อวัน อาจจะทำให้หลายๆๆคนช้าบางนะครับ

เว็บจะสวยขึ้น และสมบูรณ์แบบ เมื่อใช้ Mizilla FireFox สามารถดาวโหลดได้ ที่นี่

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ตำแหน่งโฆษณา

หมวด » โทรศัพท์มือถือ » Philips

Philips 755 – Tag-It Touch Screen

Philips 755 – Tag-It Touch Screen
ถือว่า เป็นอีกรุ่นทีสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับรุ่นพี่ของมัน Philips Xenium 9@9 ที่มีแบตเตอรี่ที่อึดเกิน คำบรรยาย ส่วนเจ้าตัวนี้เองกลับมีหน้าจอระบบสัมผัส (Touch Screen) ที่เป็นจุดเด่นของรุ่น ใครบอกกันว่าทัชสกรีนมีแต่ ในมือถือรุ่นท็อป คุณก็ได้เห็นแล้วล่ะว่า ด้วยราคาไม่ถึงหมื่นดี ยังได้คุณสมบัติที่ว่ามาให้ใช้งานกันแล้ว และด้วยความสามารถ อันนี้เอง ทำให้การใช้งานง่ายขึ้นเป็นกอง หากคุณอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ลองแกะปากกาสไตลัสด้านข้าง แล้วลุยกันเลยดีกว่า

Physical Appearance
ไม่อยาก จะบอกเลยว่า หากให้เดาว่าเครื่องรุ่นนี้เป็นยี่ห้ออะไร โดยยังไม่ดูชื่อ ผมต้องตอบว่า ฟิลิปส์อย่างแน่นอน เพราะอย่างที่เคย บอกไปในรุ่น 9@9 ว่า มันทำออกมาได้เหมือนกับเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยแท้ เจ้านี่ก็เช่นเดียวกัน หน้าตามันผมว่าเหมือน เครื่องโกนหนวดที่บ้านยังไงไม่รู้ล่ะ แต่เอาเป็นว่ามันก็ดูดีมีเอกลักษณ์ และสวยไปอีกแบบละกัน ส่วนวัสดุที่นำมาทำเป็นตัวเครื่อง โดยรวมก็ไม่แปลกที่จะเป็นพลาสติก แต่สีของมันทำให้หรูหรา และแข็งแรงขึ้นมาเหมือนกันนะ ในเรื่องของการประกอบเครื่อง ถือว่าทำได้ดีเอามาก เพราะไม่มีอาการหลวมครอกแครกของทั้งฝาหลัง และส่วนอื่นของเครื่องมาให้เห็น แต่สิ่งที่กังวลอยู่เพียง อย่างเดียวคือ ปากกา Tag-It ที่เสียบอยู่ด้านข้างตัวเครื่อง จะหลุดหายไปเข้าสักวัน แต่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเค้าแถมมาให้อีกตั้ง สองอันแน่ะ

องค์ประกอบโดยรวมแล้ว ผมว่ายังจับถือได้ยากอยู่ เพราะขอบของตัวเครื่องยังเป็นสัน ทำให้ไม่รับกับมือของผู้ใช้นัก อย่างไรก็ตาม เราลองมาดูรอบ ๆ ตัวเครื่องกันบ้างดีกว่า อย่างที่บอกไปแล้วว่า ด้านซ้ายของเครื่อง เราจะเจอปากกา Tag-It ด้านขวาเจอช่อง อินฟราเรด ปุ่มชัตเตอร์ และช่อเสียบหูฟังบวกสายชาร์จ ซึ่งมีจุกยางปิดอยู่กันฝุ่นเข้า ส่วนด้านหลังจะมีกล้องดิจิตอลและกระจกส่อง ถ่ายภาพตัวเอง ที่ถูกปิดไว้ด้วยฝาพลาสติกแบบเลื่อน เอาไว้กันฝุ่นและรอยเช่นเดียวกัน นอกนั้นยังมีลำโพงที่อยู่ด้านบนกล้องอีกที นึงด้วย

Joystick Navigation Key
ความ จริงแล้วการควบคุมเพื่อเข้าไปยังเมนูของรุ่นนี้ จะมีระบบทัชสกรีนคอยช่วยอำนวยความสะดวกอยู่แล้ว แต่ผมจะเอาไปพูด ในส่วนของหน้าจออีกที ในหัวข้อนี้เราจะว่ากันด้วยการควบคุมด้วยจอยสติ๊กเพียงอย่างเดียว ซึ่งจอยสติ๊กที่ว่าทำออกมาได้นูนและ เป็นขอบดี จะทำให้ควบคุมได้สะดวก เสียอย่างเดียวตรงที่มันเป็นโลหะเงา ก็เลยออกจะลื่นอยู่บ้าง และปุ่มตัวเลขถือว่ากดได้ดีที่สุด รุ่นนึงเลยก็ไม่เว่อร์เกินไป เพราะทำได้เป็นขั้น และนูนออกมาเล็กน้อย เวลากดแล้วสบายนิ้วดี ส่วนการทำงานของปุ่มโดยรวมมีอยู่ว่า ปุ่มจอยสติ๊กอันนี้เอามาทำเป็นคีย์ลัดอะไรไม่ได้ แต่ยังดีที่ปุ่มตัวเลขเกือบทั้งหมดให้เราตั้งได้ว่า จะเอาปุ่มไหนลัดเข้าไปเมนูไหน

Menu Navigation
สิ่งที่ ผมไม่ชอบเมนูของฟิลิปส์มาแต่ไหนแต่ไรแล้วก็คือ มันไม่น่าดึงดูดให้ใช้งานเลยแฮะ ถึงจะเป็นไอคอนแบบขยับ แต่ก็ดูเหมือน ขาดอะไรไปบางอย่าง ตามที่เห็นเมนูหลักจะเป็น Grid 3 x 3 แต่ในเมนูย่อยลึกเข้าไป ก็จะเป็นตารางเหมือนเดิม แต่ว่ามีนูแหว่งไป แหว่งมา เอาเป็นว่าไม่เพียงแต่ไม่สวยแล้ว ยังเปลี่ยนธีมหรือโครงสร้างสีไม่ได้อีกต่างหาก สรุปแล้วคะแนนตรงไปนี้ได้ไปค่อนข้าง น้อยเลยทีเดียว แต่ยังมีอะไรดีๆมาให้ชื่นใจหน่อยตรงที่ว่า เมนูภาษาไทยมีมาให้พร้อมใช้งาน แล้วก็โครงสร้างเมนู ที่ทำมาให้ ใช้งานได้ไม่ยาก จัดวางหมวดหมู่ได้เป็นระเบียบดี สุดท้ายที่เรื่องความเร็วในการเข้าเมนู ผมว่าก็โอเคนะ หากเข้าเมนูธรรมดาทั่วไป เว้นก็แต่เมนูที่เอาไว้ดูรูปนั่นแหละ กว่าจะเลื่อนไปได้แต่ละรูป เล่นเอาเบื่อกันไปข้าง

Tag-It Touch Screen
มาถึง เรื่องที่ต้องว่ากันยาวหน่อยแล้ว เพราะถือว่าเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้เลย จอที่ติดมานั้นเป็นแบบ TFT ที่แสดงสีได้ 65,536 สี แสดงข้อความได้ 8 บรรทัด ขนาด 128 x 160 พิกเซล ซึ่งดูแล้วสียังจืดไปหน่อย ถึงแม้จะเป็นจอแบบ TFT ก็เถอะ อย่างไรก็ตาม ผมว่า น่าจะทำหน้าจอออกมาให้ใหญ่กว่านี้หน่อย เนื่องจากเวลาป้อนข้อมูล หรือเขียนอะไรลงไปนั้น ทำได้ในพื้นที่จำกัดเหลือเกิน ส่วนการทำงานของจอที่ว่านี้ก็ให้เราเอาสไตลัสด้านข้างตัวเครื่องมาจิ้มเอาบน หน้าจอนั่นแหละครับ แต่หากขี้เกียจแกะออกมา เอานิ้วจิ้มก็ไม่ว่ากัน วิธีใช้อีกนิดก็คือ เวลาเราจะจิ้มลงไปต้องทำเป็นดับเบิลคลิก หรือจิ้มสองทีซ้อน มันถึงจะเลือกเมนูนั้นได้ นอกจากนี้ เมื่อใช้ไปนานๆ อาจจะเกิดอาการจิ้มแล้วไม่ตรง หรือผิดพลาดไม่แม่นยำเหมือนเดิม ก็คงต้องเข้าไปในคำสั่ง Calibration เพื่อปรับตั้งศูนย์ให้ตรงกันใหม่เท่านั้น เพิ่มเติมกันอีกนิดตรงที่ อยากให้ลองคิดดูครับว่า เวลาเราป้อนข้อมูลแล้วมี Virtual Keyboard มาให้เราจิ้มเอาบนหน้าจอจะสะดวกขนาดไหน

การใช้วอลเปเปอร์ของ รุ่นนี้ ให้เราใช้ภาพไฟล์ JPG / BMP / GIF ได้ทั้งหมด โดยมีข้อแม้นิดหน่อยว่า การตั้งวอลเปอร์จะใช้ ไฟล์ภาพขยับไม่ได้ แต่เปิดดูได้ โดยหากใช้ภาพขนาด 128 x 128 ก็พอจะโอเคกล้อมแกล้มไปได้ แบบเกือบเต็มจอ นั่นเพราะว่า โดยแถบด้านบนและล่างเบียดอยู่นั่นเอง

ไม่เพียงเท่านั้น Tag-It ยังมีฟังก์ชั่นในการแต่งรูปที่น่าสนใจอีกเหมือนกัน ได้แก่ การเขียนข้อความลงไปบนรูปที่เราถ่ายมา ซึ่งเราสามารถใช้คุณสมบัตินี้ได้อย่างรวดเร็ว โดยการกดปุ่ม Tag-It ที่อยู่ใต้ปุ่มโทรออก พอเข้ามาปุ๊บเราก็เลือกรูปขึ้นมารูปนึงก่อน แล้วเข้าเมนูที่ว่าเพื่อเขียน ใส่ตัวหนังสือ ใส่กรอบ ใส่ไอคอน ครอปภาพ ฯลฯ ก็มีทั้งนั้น

32 Chord-Polyphonic Ringtone
เสียง เรียกเข้าแบบโพลีโฟนิคที่มากับเครื่อง มีอยู่มากมายเหลือเกิน ซึ่ง 755 ตัวนี้รองรับไฟล์ MID และ ADP ที่เป็นเสียงเรียกเข้า ทรูโทน แต่ผมเองยังไม่รู้จักไฟล์นี้ เลยไม่รู้ว่าจะไปหาโหลดจากที่ไหน ส่วนเรื่องคุณภาพและความดังนั้น ดูแล้วความดังจะมาก่อน คุณภาพ เพราะเสียงที่ออกมาจากลำโพงด้านหลังมีความดังมาก แต่ออกจะแตกพร่าไปบ้าง ก็ไม่ใช่ปัญหาซักเท่าไหร่ และคุณภาพ ของมัน ถือได้ว่าอยู่ในขั้นปานกลาง ไม่เลวร้ายมากมาย

ลูกเล่นทางด้านเสียง ของมันยังมีอยู่นิดหน่อยตรงที่ เราสามารถปรับอีควอไลเซอร์ให้เสียงได้ ผมเองก็ยังไม่เข้าใจว่าปรับไปทำไม ทั้งที่เครื่องไม่รองรับการฟังเพลง MP3 นอกจากนี้ยังมีการเตือนสายที่ไม่ได้รับเป็นระยะอีกด้วย อีกทั้งระบบโพรไฟล์ที่ทำหน้าที่ ได้อย่างสมบูรณ์

Built-in VGA Digital Camera

กล้องดิจิตอลความ ละเอียดสามแสนพิกเซลก็ต้องถ่ายได้ความละเอียด 640 x 480 พิกเซลล่ะเนอะ ลดหลั่นลงมาก็คือ การถ่ายที่ ขนาดวอลเปเปอร์ขนาด 128 x 160 พิกเซล สุดท้ายที่ภาพถ่ายสำหรับใช้แสดงสายเรียกเข้าที่ขนาด 96 x 64 พิกเซล ส่วนลูกเล่นของกล้องก็มีอยู่พอประมาณอย่างเช่น การซูมสองระดับ การเปลี่ยนเอฟเฟ็คให้ภาพ อย่างเช่น Grey / Sepia / Digital / Embossed / Negative / Edge / Edge2 อีกทั้งยังปรับคุณภาพของรูปก่อนถ่ายได้ที่ Super fine / Normal / Economy นอกนั้นยังมีไนท์โหมดช่วยถ่ายเวลากลางคืน และการตั้งเวลาถ่ายด้วย ลูกเล่นสุดท้ายเป็นการใส่กรอบ ให้รูปที่มีให้เลือกแบบเยอะแยะ ในส่วนของความคมชัดและสีสันที่ถ่ายออกมาได้ ก็อยู่ในเกณฑ์ธรรมดา ค่อนไปทางต่ำ ถือว่าไม่โดดเด่นอะไรมากนัก สิ่งสุดท้ายที่อยากจะติเกี่ยวกับการใช้งานกล้องของ 755 ก็คือ เราจะใช้ปุ่มจอยสติ๊กแทนปุ่มชัตเตอร์ ด้านข้างไม่ได้ ต้องกดเอาจากปุ่มชัตเตอร์โดยตรง ซึ่งผมว่าค่อนข้างลำบากในการใช้งานอยู่เหมือนกัน เนื่องจากเวลาเราจับถือ จำเป็นต้องใช้สองมือเท่านั้น ไม่งั้นจะกดยังไงล่ะ

ตัวอย่างรูป ถ่าย

7 MB Internal Memory
หน่วย ความจำ 7 เมกะไบต์ที่มีอยู่ในเครื่องเป็นแบบแชร์มือเดียว เอ้ย ไม่ใช่ แชร์ก็คือแบ่งสันปันส่วนในหน่วยความจำกลาง เพียงอันเดียวนั่นแหละ หากเราเก็บข้อมูลส่วนไหนไว้เยอะ ข้อมูลส่วนอื่นจะถูกเบียด ทำให้เหลือเก็บได้น้อยลง แต่จริงแล้ว หน่วยความจำที่มีทั้งหมด จะมีอยู่ประมาณ 16 เมกะไบต์ ซึ่งเราสามารถเอามาใช้ได้เพียง 7 เมกะไบต์ที่ว่าครับ

Picture Phonebook
สมุด โทรศัพท์ความจุ 300 รายการของ 755 นี้ เป็นแบบมัลติฟีลด์ที่ให้เราเลือกใส่รายละเอียดได้เยอะมาก ไล่ตั้งแต่เบอร์มือถือ บ้าน ที่ทำงาน เพจเจอร์ แฟกซ์ ดาต้า โน้ต อีเมล์ นอกจากนั้น ยังมีการตั้งกลุ่มให้แต่ละเบอร์มากถึง 20 กลุ่มด้วยกัน การทำงานของกลุ่ม ผู้โทรจะให้เราตั้งชื่อกลุ่มเอง รวมไปถึงการกำหนดเสียง และรูปแสดงกลุ่ม ซึ่งตรงนี้เองก็เป็นข้อเสียอยู่เล็กน้อยที่ว่า เราไม่สามารถ กำหนดภาพแสดงสายเรียกเข้าให้แต่ละบุคคลได้ ต้องใส่ให้เป็นกลุ่มแทน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีความลำบากในการหาเบอร์อีกเล็กน้อย ตรงที่ เครื่องจะไม่แสดงเบอร์ที่อยู่ในซิมกับเครื่องบนหน้าจอเดียวกัน เราต้องไปเลือกเองว่า อยากดูเบอร์ที่หน่วยความจำไหน ตบท้ายกันด้วยความสามารถทางด้ารการโทรออกด้วยเสียง ที่ผู้ผลิตใส่มาให้ ก็ถือว่าอำนวยความสะดวกขณะขับรถดียิ่ง

Organizer
ปฏิทิน สามมุมมองในเครื่องถือว่าใช้งานได้ง่ายมาก ในการป้อนข้อมูลการนัดหมายเข้าไป เพราะว่าเราใช้ปากกา Tag-It นี่แหละ เป็นตัวจิ้ม Virtual Keyboard เข้าไป โดยปฏิทินอันนี้เองจะแยกประเภทนัดหมายออกเป็น Meeting / To Do / Holiday ซึ่งสามารถตั้งเตือน และสร้างนัดหมายซ้ำได้ (Repeat) เพิ่มให้นิดหน่อยเกี่ยวกับความจุของการใส่นัดหมายในปฏิทินจะทำได้ถึง 300 รายการ แต่จะแชร์หน่วยความจำกับส่วนของสมุดโทรศัพท์ ถ้าเก็บเบอร์เอาไว้เยอะ จะมาเก็บส่วนนี้ได้น้อยลง และในส่วนอื่น ของออแกไนเซอร์ก็ยังจะมี นาฬิกาปลุกที่เตือนครั้งเดียว ทุกวัน หรือวันธรรมดาก็ได้ทั้งหมด ซ้ำยังเอาเสียงที่เราอัดไว้มาเป็น เสียงปลุกได้อีก

Messaging System
ถือว่า ทำได้ไม่แพ้รุ่นพี่ของมันที่ออกมาก่อนหน้านี้ เพราะมันรองรับทั้ง SMS MMS และ E-mail โดยผมเองยังไม่ทราบว่า ตัวเครื่องสามารถเก็บข้อความสั้นไว้ได้เท่าไร่ เนื่องจากข้อมูลจากผู้ผลิตก็ไม่มี ทั้งตัวเครื่องก็กดดูไม่ได้ เอาเป็นว่าเก็บไว้ใน Archive ของเครื่องได้แล้วกัน นอกจากนี้ การสร้าง MMS ก็จะให้เราแนบไฟล์ภาพ รูปถ่าย เสียงเรียกเข้า เสียงอัด เข้าไปด้วยได้ แต่ก็ต้องไม่เกิน 100 กิโลไบต์เช่นเคย ส่วนการพิมพ์ไทยก็ทำได้ โดยไม่มีระบบสะกดคำ และ Virtual Keyboard มาช่วย แต่อย่างใด

JAVA Games – MIDP 2.0
เกมที่ มาในเครื่องมีทั้งที่เป็นจาวาและไม่ใช่ โดยเริ่มเลยจะเป็น Wall Breaker ที่ให้เราบังคับแท่นเด้งบอลเพื่อไปทำลายอิฐ ที่อยู่ด้านบน ส่วนที่เหลือที่เป็นเกมจาวาได้แก่ Pool หรือเกมสนุกเกอร์นั่นเอง ถัดมาคือ Race ที่เป็นเกมรถแข่ง Helicopter ที่เราจะต้องบังคับเฮลิคอปเตอร์แล้วคอยหลบตึก ไม่ก็ยิงให้แหลก สุดท้ายคือ Battlefield ซึ่งเราจะต้องเรียงบล๊อคสัญลักษณ์ ให้ติดกันสามอัน แล้วมันจะหายไป เก็บคะแนนไปเรื่อย

Connectivity
อินฟราเรด ที่อยู่ข้างขวาของตัวเครื่อง ทำงานโดยอิสระ ไม่ต้องพึ่งซอฟท์แวร์เพื่อส่งข้อมูลเข้าออก ผมได้ลองส่งไฟล์ภาพ และเสียง เข้ามายังตัวเครื่องก็ทำได้โดยปราศจากปัญหาใดๆ หรือจะส่งไฟล์รูปถ่ายออกไปก็ทำได้ดีเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ อุปกรณ์เสริม ที่ผมหาข้อมูลมาได้ ยังมีสาย USB แสดงว่าการเชื่อมต่อทางอื่นก็ยังมีสายดาต้าอีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้ อย่าลืมว่า WAP 2.0 ผ่าน GPRS Class 10 ก็ยังเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้อีกด้วย

Extra Features
ข้อมูล เพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถของ 755 ก็ยังมีอยู่ตรงที่ รุ่นนี้รองรับการใช้คำสั่งเสียง การอัดเสียง 60 วินาที เป็นไฟล์ AMR การใช้สปีกเกอร์โฟน หรือแฮนด์ฟรี การมิกซ์เพลงด้วยตัวเองใน Be DJ การแสดงเดโมเครื่อง การสร้างสไลด์โชว์ให้ภาพใน เครื่อง หรือจะเป็นการดูโซนเวลาโลกก็มีทั้งนั้น

Final Opinion & Conclusion
บทสรุป ในส่วนของข้อเสียที่ผมจะเอามาพูดก่อน คงจะเป็นหน้าจอที่ถึงแม้จะเป็นระบบสัมผัส แต่ว่ามีขนาดเล็กเกินไป ทำให้เวลา เราจะเขียน หรือวาดรูปอะไรลงไปก็ทำได้ไม่สะดวกนัก แถมหน้าจอของรุ่นนี้ก็ยังไม่สวยบาดใจซักเท่าไหร่ ทั้งที่เป็น TFT 65,536 สี นอกจากนั้น กล้องที่ยังถ่ายออกมาได้คุณภาพไม่เข้าขั้นซักเท่าไหร่ ก็ถือว่ายังเป็นจุดอ่อน แต่ในทางตรงกันข้าม หน้าจอที่ว่ามันมี ทั้งข้อดีและเสีย ในส่วนของข้อดีนั้นคือ การป้อนข้อมูลด้วย Tag-It บนทัชสกรีนที่ทำได้สะดวกและรวดเร็วดีแท้ เนื่องจากเรา ไม่ต้องมานั่งจิ้มทีละปุ่ม เราก็ใช้ Virtual Keyboard แทนได้เลย อีกทั้งเสียงเรียกเข้าที่เป็นแบบโพลีโฟนิคแบบดังสะใจ จาวาเกม ที่โหลดเพิ่มได้ ฟังก์ชั่นทางด้านเสียงที่มีทั้ง โทรออกด้วยเสียง การใช้คำสั่งเสียง และการอัดเสียงก็มีมาอย่างครบครัน และที่ขาด ไม่ได้คือ อินฟราเรดที่จำเป็นอย่างมากในการรับส่งข้อมูล ซึ่งผมเองคิดว่าด้วยราคาไม่ถึงหมื่น ทำให้รุ่นนี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับ ผู้ใช้ที่ต้องการความแปลกใหม่ในการใช้ปากกาเขียนลงบนหน้าจอ แต่ไม่มีงบถึงขนาดจะไปซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นหรู แล้วยังต้องการ ฟังก์ชั่นทางด้านกล้องที่มีอยู่ เพื่อถ่ายรูปมาแต่งตามใจชอบได้อีกด้วย เป็นอันว่าหากท่านอยากจะฉีกแนวหน่อย ก็รีบไปหาซื้อได้ ทันที

หน้าจอหลักขนาด
128x160 พิกเซล
โครงสร้างเมนู
แบบตาราง
รับส่งไฟล์ผ่านทาง
อินฟราเรด
วอลเปเปอร์สวยงาม
Be DJ ใช้แต่งเพลง
ใส่กรอบให้ก่อนถ่ายรูป
วาดรูปด้วยปากกา
Tag-It

ป้อนข้อมูลด้วย
Virtual Keyboard


Strength
- การป้อนข้อมูลด้วย Tag-It บนหน้าจอสัมผัส
- เสียงเรียกเข้าสุดดัง
- หน่วยความจำ 7 เมกะไบต์
- อินฟราเรดติดตั้งในตัว
- อัดเสียงได้
Weakness
- หน้าจอยังไม่สดใสสวยงามและมีขนาดเล็ก
-
คุณภาพของรูปถ่ายยัง ไม่ดี

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพ
http://www.whatphone.net
เขียนเมื่อ : 18 ก.ค. 2553,18:13    เข้าชม : 466 ครัั้้ง


โทรศัพท์มือถือ » Philipsอื่นๆที่น่าสนใจ
Philips Xenium X530
PHILIPS Xenium X810
Philips M600
Philips 760
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : Philips 755 – Tag-It Touch Screen
ชื่อ
อีเมล์
รายละเอียด
รหัสลับ

+:+:+: วิธีแลก link :+:+:+:
 

1. ก๊อปโค๊ดไปติดที่เว็บแล้วเมล์กลับมาที่

รูปเว็บ

Code

2. ส่งโค้ตขนาด 88x31 ของเว็บท่านกลับมาที่ beevbee@hotmail.com
+:+:+: Text Link ( ผู้สนับสนุน) :+:+:+: สนใจคลิก