นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
กล่าวผ่านรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ เมื่อวันที่ 6
มิ.ย. ถึงปัญหาระหว่างพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อแผ่นดิน
จนเป็นที่มาของการปรับคณะรัฐมนตรีว่า
สภาพเป็นจริงของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน
รัฐบาลจำเป็นต้องมีเสียงข้างมากที่เข้มแข็ง
แต่เมื่อมีการเกิดปัญหาการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจระหว่างพรรคร่วมด้วยกัน
ซึ่งตนก็ทราบมาตลอด จึงทำให้ขณะนี้จำเป็นต้องดูว่า
การรวบรวมเสียงข้างมากว่า ต้องทำงานอย่างไร ทั้งนี้
ตนเคารพเสียงของพรรคร่วมที่ลงมติ
แต่เพื่อความเป็นเอกภาพจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยน
ครม.ในส่วนพรรคเพื่อแผ่นดิน
และก็พิจารณาสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดินบางคนที่พร้อมจะทำงานร่วมกับรบ.
เพื่อให้การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
นายกฯ กล่าวต่อว่า ในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทราบว่า
แม้จะมีเสียงข้างมากโหวตไว้วางใจรัฐมนตรี ให้ทำหน้าที่ต่อครบทุกคน
แต่ก็ปรากฎว่า มีคะแนนเเสียงไม่เท่ากัน โดยเฉพาะรัฐมนตรีสองกระทรวงหลัก
อย่าง นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม
เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับความไม่โปร่งใส ในการทำหน้าที่ ตนขอยืนยันว่า
ไม่ได้ละเลย
ซึ่งต้องมีการตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกัยการทำงานของรัฐมนตรี
ทั้งสองคนต่อไป โดยเฉพาะ ปัญหาการถอดถอนรมว.คมนคม
เกี่ยวกับกรณีรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งตนขอเรียนว่า
เป็นโครงการที่มีต่อเนื่องมาจากรบ.ชุดก่อน
การเข้ามาแก้ไขปัญหาได้รับมาตลอด และได้รับการประสานแก้ไข
อีกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคมนาคม คือ
ถนนที่มีการตัดต้นไม้ทางขึ้นอุทยานเขาใหญ่
ขณะนี้ได้มีการระงับโครงการไว้ก่อน การตัดต้นไม้
เกิดขึ้นหลังจากที่มีโครงการของกรมทางหลวง
ซึ่งกรมทางหลวงแจ้งไว้ที่กรมป่าไม้แล้ว ซึ่งกรมป่าไม้ก็เป็นผุ้ดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม ได้สั่งให้มีการตรวจสอบการทำงานของ 2 กระทรวง คือ คมนาคม
และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว
ส่วนปัญหาการทำงานของกระทรวงมหาดไทยนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า
ได้ให้รวบรวมประเด็นปัญหาที่ไม่มีการไว้วางใจ
โดยให้รวบรวมรายงานและมีการตวจสอบเพิ่มเติม
หากเรื่องใดไม่ถูกต้องก็ต้องให้มีการแสดงความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม
ตนไม่ได้ละเลยปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
และได้เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา
หากมีคนข้องใจก้พร้อมที่จะให้พิสูจน์อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม
ผลจากการปรับครม. ครั้งนี้ มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการเป็นรัฐมนตรีจาก
2 พรรค คือเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์
เข้าไปที่เข้าไปไปดูแลแทนรัฐมนตรีที่มาจากพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้แก่
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ( ไอซีที ) กับกระทรวงอุตสาหกรรม
แหล่งที่ 